รถเข็นไฟฟ้า 3 ระบบ รุ่นมาตรฐาน (Standard Model)

คุณสมบัติสินค้า:

SKU : Hybrid Pro

ชนิด Lithium Battery โครงสร้างอลูมิเนียมอัลลอยด์วัสดุเกรดยานยนต์คุณภาพดี มอเตอร์คู่ความแม่นยำสูง 24V 250W ล้อหลังแบบ Die-casting แข็งแรง 24 นิ้ว ระบบไฟฟ้าและระบบเข็นด้วยมือ (Electric & Manual)

Share

แบรนด์ : ADLERDRIVE

Share


 
 
รถเข็นไฟฟ้า 3 ระบบ ดีไซน์มาตรฐาน (Standard Model) รุ่น Hybrid Pro
 
ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆพ.966/2564
 
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Hybrid Pro โครงสร้างแข็งแรงทำจากอลูมิเนียมเกรดดีที่ใช้ในอากาศยาน น้ำหนักเบาสามารถรับน้ำหนักสูงสุด 125 ก.ก. ออกแบบให้ล้อขนาดใหญ่สลับใช้ได้ทั้งโหมดไฟฟ้า และ Manual แแบตเตอรี่ลิเธียมอึดทนทานเดินทางได้สูงสุดถึง 22 ก.ม. ที่วางแขนยกระดับสามารถปรับความยาวได้ มาพร้อมกับขายกที่สามารถวางตำแหน่งได้ทุกมุม ในส่วนของล้อเป็นวัสดุ PU ทนทาน และให้ความรู้สึกสบาย สมูทเมื่อขับเคลื่อน
 
 
จุดเด่นรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Hybrid Pro
 
  • รถเข็นสำหรับผู้ป่วย สามารถพับเก็บได้ พกพาได้สะดวก
  • โครงสร้างผลิตจากอลูมิเนียม 
  • ใช้ได้ทั้งโหมดไฟฟ้า และขับเคลื่อนด้วยมือ รวมถึงผู้ดูแลเข็นจากทางด้านหลัง
  • แบตเตอรี่ลิเธียมอึดทนทาน
  • สามารถรับน้ำหนักได้สุงสุด 125 กิโลกรัม
  • ระบบเบรกแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยป้องกันการลื่นไหลได้เป็นอย่างดี
  • ความกว้างของที่นั่งออกแบบมาให้กว้างเป็นพิเศษ เพื่อความสบายของคนไข้
  • พนักพิงหลังสามารถพับเก็บได้
  • เบาะนั่งถอดออกได้ ผ้าที่นั่งเป็นผ้าอย่างดี สามารถระบายความชื้นได้ ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา
  • ที่พักเท้าสามารถถอดออกได้
 
คุณลักษณะทั่วไป
  • ขนาดเครื่อง (กว้าง xยาว xสูง) 87 x 39 x 74 เซนติเมตร (ขณะพับ)
  • ขนาดรถเข็น (กว้าง x ยาว x สูง) 113 x 65.5 x 94 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 31.5 กิโลกรัม ไม่รวมกล่องบรรจุ และ 35.6 กิโลกรัม รวมกล่องบรรจุ
  • รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 125 กิโลกรัม
  • ขนาดของกล่อง (กว้าง x ยาว x สูง) 87 x 42 x 79.5 เซนติเมตร

     

คุณลักษณะเฉพาะ

  • ผลิตโครงรถเข็นจากจากอะลูมิเนียม แข็งแรงทนทาน พร้อมล้อหน้าขนาด 8 นิ้ว และล้อหลังขนาด 24 นิ้ว ผลิตจากยางตันโพลียูรีเทน(PU) ไม่ต้องเติมลมยาง ส่วนโครงของล้อนั้นผลิตจากอะลูมิเนียม ทำให้ขับเคลื่อนได้ดี ยึดติดกับพื้นถนนได้ดี
  • ทำงานด้วยมอเตอร์ (Brushed Motor) ขนาด 24V 250 วัตต์ ขับเคลื่อนเสถียร ปลอดภัย ขนาดเล็ก
  • ระบบเบรกแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic braking system) ทำให้การหยุดของล้อได้ทันที ไม่กระตุกหรือไม่กระชาก ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ง่าย
  • เสริมด้วยระบบเบรกมือ ในกรณีที่ควบคุมรถเข็นโดยผู้นั่งเอง เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับ สะดวกต่อการใช้งานหลายรูปแบบ
  • สามารถเลือกระบบการใช้งานทั้ง 3 แบบ ได้แก่ การควบคุมด้วยรีโมทไฟฟ้าโดยผู้นั่ง ,การควบคุมล้อหลังโดยผู้นั่งเอง และการควบคุมโดยผู้ช่วยเข็นรถเข็น
  • ความเร็วในการเคลื่อนที่ได้สูงสุด 6 กิโลเมตร / ชั่วโมง มาพร้อมระบบปรับความเร็วได้ถึง 5 ระดับ
  • สามารถใช้งานได้สูงสุด 18 - 22 กิโลเมตร รองรับพื้นที่บนทางลาดชันที่ทำมุมได้สูงสุด 12 องศา พร้อมล้อคู่ด้านหลังพยุงการขับเคลื่อนบนทางลาดชัน
  • แบตเตอรี่เป็นแบบลิเทียม (Lithium ) 24 โวลต์ 24 แอมแปร์ จำนวน 1 ก้อน
  • การชาร์จไฟที่ง่ายโดยสามารถต่อสายชาร์จเข้ากับรีโมทควบคุมก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง
  • Smart Remote control รีโมทควบคุม (Programmable Controller) ที่สามารถตั้งระดับความเร็ว 5 ระดับ ,ปุ่มแตรหรือเสียงเตือน และการควบคุมทิศทางได้ 360 องศาแบบ Smart Joystick ตอบสนองการควบคุมได้เร็ว ขับเคลื่อนที่เงียบ นิ่ง มาพร้อมกับช่อง USB ในการชาร์จโทรศัพท์มือถือได้
  • มาพร้อมกับที่พักแขนที่หุ้มเบาะเสริม ให้ผู้ใช้งานสามารถว่าแขนได้สบายและมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพักเก็บได้ ให้สะดวก ขณะที่ผู้ใช้งานลุกยืนออกจากรถเข็น
  • พื้นที่เบาะที่นั่งใหญ่ กว้างถึง 45 เซนติเมตร นั่งสบาย และยาว 42 เซนติเมตร พนักพิงสูง 44 เซนติเมตร
  • ฐานพักเท้าอยู่ห่างจากพื้นประมาณ 6 เซนติเมตร ผลิตจากพลาสติกและผ้า พับได้ สามารถลุกยืนได้สะดวก และไม่โดนสิ่งกีดขวางบนพื้นถนน
  • ระบบความปลอดภัยที่มาพร้อมขณะถอยหลังและเข็มขัดนิรภัยบริเวณเอว
  • ฟูกที่นั่งและที่พิงหลังสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้
  • มีสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงรอบตัวรถเข็น เพื่อการใช้งานในตอนกลางคืน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

บรรจุในกล่อง

  • โครงรถเข็นไฟฟ้า รุ่น YE135 option1 1 คัน
  • มอเตอร์ จำนวน 2 ชุด
  • แบตเตอรี่ 1 ชุด
  • รีโมทควบคุม 1 ชุด
  • ที่ชาร์จ 1 ชุด
  • เข็มขัดนิรภัย 1 เส้น
  • คู่มือการใช้งาน 1 ชุด

 

Adler Drive เป็นผู้นำเข้ารถเข็นไฟฟ้า มีบริการหลังการขาย มีศูนย์ให้บริการลูกค้าที่เมืองไทย มีอะไหล่ไว้บริการลูกค้า ไม่ต้องรออะไหล่นาน อยู่ในระยะรับประกันจะไม่มีค่าใช้จ่าย

สินค้ารับประกัน 3 ปี


 
ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ
รถเข็นวีลแชร์ (Wheelchair) ชื่อเรียกเหมือนกันแต่มีหลายแบบ โดยสามารถแยกออกเป็น 2 ชนิด ใหญ่ ๆ คือ วีลแชร์แบบแมนนวล และวีลแชร์แบบไฟฟ้า

1. วีลแชร์แบบแมนนวล ขับเคลื่อนด้วยมือ ผู้ใช้จะต้องออกแรงจากกำลังแขนโดยผลักดันล้อด้วยมือ "ตนเองขับเคลื่อน" หรือผู้ดูแลเข็นจากด้านหลัง วีลแชร์แบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีกำลังแขนมากพอที่จะผลักล้อให้หมุนได้ แต่หากมีกำลังแขนน้อยก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ดูแลเข็นไปนั่นเอง

2. วีลแชร์แบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนโดยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถเคลื่อนที่เองได้ด้วยการใช้แผงควบคุม โดยวีลแชร์แบบนี้เหมาะกับทั้งผู้ที่มีกำลังแขนและไม่มีกำลังแขน เนื่องจากไม่ได้ใช้แรงคนในการขับเคลื่อน
 

ขนาดของล้อ
1. วงล้อขนาดเล็ก รถเข็นที่มีล้อขนาดเล็กมักจะใช้ในผู้ที่ไม่มีกำลังแขนในการขับเคลื่อนด้วยตนเอง ดังนั้นล้อชนิดนี้จึงต้องให้ผู้ดูแลเป็นผู้เข็นจากทางด้านหลัง หรือเป็นรถเข็นชนิดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ข้อดีก็คือเวลาเคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บก็สามารถทำได้ง่ายกว่าล้อขนาดใหญ่ ทั้งประหยัดพื้นที่จัดเก็บและน้ำหนักเบายกได้สบายๆเลยค่ะ

2. วงล้อขนาดใหญ่ รถเข็นที่มีวงล้อขนาดใหญ่มักจะเหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้ที่มีกำลังแขนมาก สามารถขับเคลื่อนด้วยตนเองได้ อย่างที่ทราบกันดีว่าล้อขนาดใหญ่จะมีน้ำหนักมากกว่าล้อเล็ก ทำให้รถเข็นชนิดนี้มีหนักมากนั่นเอง

 

วัสดุและโครงสร้างวีลแชร์
ควรเลือกวีลแชร์ที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่บางครั้งโครงสร้างเหล็กอาจจะทำให้รถเข็นมีน้ำหนักมาก ดังนั้นในปัจจุบันจึงนิยมใช้วัสดุอลูมิเนียมซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานและน้ำหนักเบาสำหรับวีลแชร์ที่ใช้แรงคนในการขับเคลื่อน

ขนาดของวีลแชร์
เลือกขนาดที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สำหรับที่นั่งควรมีช่องว่างข้างลำตัว ซึ่งอยู่ระหว่างตัวรถเข็นกับผู้ใช้งานประมาณข้างละ 1 นิ้ว เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกอึดอัด

เคลื่อนย้ายตัวเข้าและออกรถเข็นได้สะดวก
ส่วนประกอบของรถเข็นที่มีผลต่อการเคลื่อนย้ายมี 3 ส่วน ได้แก่  เบรก ที่พักเท้า และที่พักแขน
1.ที่พักแขนที่ถอดออกได้ ยกขึ้นได้ หรือที่พักแขนโค้งตามรูปวงล้อหลังจะช่วยให้การเคลื่อนย้ายตัวเข้าออกรถเข็นทางด้านข้างสะดวกขึ้น ผู้ใช้วีลแชร์ที่ใช้วิธีการเคลื่อนย้ายตัวในท่ายืน สามารถใช้ที่พักแขนช่วยในการทรงตัวในท่ายืน
2. ที่พักเท้าสามารถพับเก็บ หรือกางออกไปทางด้านข้างได้ จะช่วยให้การเคลื่อนย้ายตัวได้ง่ายขึ้นทั้งแบบการยืน หรือการเคลื่อนย้ายขึ้น/ลง ระหว่างรถนั่งกับพื้น
3. เบรก มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการตรึงเพื่อไม่ให้รถนั่งขยับไปมาขณะที่ทำการเคลื่อนย้ายตัวเข้าออกรถเข็น
4. การเคลื่อนย้ายวีลแชร์และการจัดเก็บวีแชร์

น้ำหนักเบา
วีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบาสามารถพับเก็บได้ จะช่วยให้ทำการเคลื่อนย้ายสะดวกและจัดเก็บได้ง่ายขึ้น อีกทั้งช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บอีกด้วย ผู้ที่มีการเดินทางบ่อย ๆ มักจะชอบรถเข็นที่พับเก็บได้ในขนาดกะทัดรัด สามารถใส่รถยนต์ได้
 
ชนิดของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม
1. น้ำหนักเบา : ธาตุลิเธียมที่นำมาใช้ผลิตแบตเตอรี่นั้นเป็นโลหะอัลคาไลน์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก จึงทำให้ตัวแบตเตอรี่มีน้ำหนักเบาตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้รถเข็นพลังงานไฟฟ้าจึงใช้พลังงานในการขับเคลื่อนที่น้อยลงเพราะน้ำหนักที่น้อยลง เลยทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

2. อายุการใช้งานนาน : เนื่องจากการพัฒนามาหลายรุ่นของแบตเตอรี่ จึงทำให้แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนมีประจุไฟฟ้าที่สูงกว่า และเก็บประจุไฟฟ้าได้นาน (Low Discharge) กว่าแบตเตอรี่เจเนอเรชั่นอื่น ๆ ทั้งยังมีประสิทธิภาพในเรื่องของการชาร์จที่สูงกว่า และใช้งานได้นาน

3. ให้พลังงานสูง, คงที่ และชาร์จได้เร็ว : ในส่วนประกอบของธาตุลิเธียมนั้นมีเซลล์ไฟฟ้าเคมี ที่สูงว่าเซลล์จากโลหะอื่น เป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น ๆ แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน จึงกลายเป็นต้นกำเนิดของขุมพลังงานที่มีความเสถียรที่สุด ถือเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่จะเข้ามาแทนที่พลังงานเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เป็นเซลล์แห้ง : แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออนนั้น ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงสามารถรับประกันเรื่องของความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าแบตเตอรี่แบบอื่น ๆ
 

แบตเตอรี่กรดตะกั่ว
เป็นแบตเตอรี่ที่หาซื้อง่าย สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายแบตเตอรี่ทั่วไป ราคาของแบตเตอรี่ไม่แพง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่อยู่ที่การดูแลรักษาและลักษณะการใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละท่านเพื่อเป็นการป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมก่อนอายุการใช้งาน

"ผู้ใช้งานควรใช้งานอย่างสม่ำเสมอ และหากไม่ค่อยได้งานให้นำแบตเตอรี่ออกมาชาร์จไฟอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นแบตเตอรี่ให้แบตเตอรี่ได้หมุนเวียนประจุ"
 

มอเตอร์ ( Motor) 
เป็นตัวบอกกำลังการขับเคลื่อนของรถเข็น แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ 
Brushed motor หมายถึง มอเตอร์ที่มีแปรงถ่านในการส่งพลังงาน มีส่วนที่สัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้าของโรเตอร์ (ส่วนที่หมุน-ขดลวด) กับสเตเตอร์ (ส่วนที่หยุด-แม่เหล็ก) ซึ่งโดยปรกติ มอเตอร์ DC ทั่วไปจะใช้ส่วนที่เป็นขดลวดเป็นโรเตอร์ ดังนั้นจึงต้องจ่ายไฟไปให้ขดลวดเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กมาผลักกับสเตเตอร์ให้เกิดการหมุน การจ่ายไฟไปยังขดลวดนั้นจึงต้องผ่านแปลงถ่านทำให้มอเตอร์ชนิดนี้เกิดความเสียดสีกันเกิดขึ้น มีอายุการใช้งาน 

Brushless motor หมายถึง มอเตอร์ที่ไม่มีแปรงถ่าน คือไม่มีส่วนที่สัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้าโรเตอร์และสเตเตอร์ (โดยสลับเอาส่วนที่เป็นแม่เหล็กมาเป็นโรเตอร์) ทำให้ไม่เกิดการเสียดสี กระแสไฟฟ้าสามารถวิ่งสู่ขดลวดได้โดยตรง และเกิดเป็นแรงแม่เหล็กผลักขั้วแม่เหล็กตรงกลางให้หมุนนั่นเอง ซึ่งจะสามารถส่งพลังงานให้กับกลไกได้ประหยัดพลังงานกว่าและอายุการใช้งานนานมากกว่า เพราะไม่มีส่วนสัมผัสที่สึกหรอง่ายทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากและดูแลรักษาได้ง่าย ไม่มีไฟสปาร์ค อีกอย่างคือไม่ได้จ่ายไฟตลอดเวลาเหมือน blushed ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าและกินไฟน้อยกว่า

รถเข็นไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless motor) เมื่อทดลองขับจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าเบา การเคลื่อนที่นุ่มและสมูท ไม่มีเสียง ไม่ดีเลย์ ไม่รู้สึกฝืดกระด้าง และรถเข็นมีน้ำหนักเบา พับเก็บได้ง่าย ขนาดพับเล็ก ซึ่งสามารถนำใส่ท้ายรถและนำขึ้นเครื่องบินได้

รถเข็นไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์แบบ (Brushed motor) มักจะเป็นรถเข็นไฟฟ้าคันใหญ่ มีน้ำหนักมาก เหมาะกับการใช้งานที่บ้านทั่วไปไม่เน้นพกพาหรือเดินทางซึ่งจะไม่ค่อยพับเก็บบ่อยๆ
 

 

คลิ๊กสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติม
 



** สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม

ยินดีให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
Line ID: @adlerdrive
โทร : 061 712 3773

 

 


 
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้